วิดีโอแนะนำวัด

สถิติการใช้เว็บไซต์

 

        พระราชธรรมกวี (อาวาสรูปที่ ๕) ชื่อเดิม พิเชนทร์ ชินวํโส นามสกุล สิงขรณ์ เกิดวันที่ ๒ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๖๙ ตรงกับวันแรม ๔ ค่ำ เดือน ๔ ปีขาล ณ ตำบลโคกสี อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น บิดาชื่อนาย หล้า สิงขรณ์ มารดาชื่อ นางแก้ว สิงขรณ์ บรรพชา เป็นสามเณร เมื่อวันที่ ๒๘ เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๘๕ ณ พัทธสีมาวัดสว่าง ตำบลพระลับ อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น เมื่ออายุได้ ๑๗ ปี มีพระเทพบัณฑิต ขณะเป็นพระครูพิศาลสารคุณ วัดศรีจันทร์ ตำบลในเมือง จังหวัดขอนแก่น เป็นพระอุปัชฌาย์

       มาอยู่วัดบวรมงคล เมื่อวันที่ ๒ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๙๐ อุปสมบทเป็นพระภิกษุ เมื่อวันที่ ๑๕ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๙๐ ณ พัทธสีมาวัดบวรนิเวศวิหาร ตำบลชนะสงคราม อำเภอพระนคร กรุงเทพมหานคร เมื่ออายุได้ ๒๑ ปี มีสมเด็จพระวชิรญาณวงศ์ (สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์) เป็นพระอุปัชฌาย์ มีพระราชเมธาจารย์ ขณะเป็นพระสุมงคลมุนี เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และมีพระเทพญาณวิศิษฏ์ ( เติม ) ขณะเป็นพระครูมหานายก วัดบวรนิเวศวิหาร เป็นพระอนุสาวนาจารย์

วิทยฐานะ

       ๑. พ.ศ. ๒๔๘๑ จบชั้น ม.๔ โรงเรียนประชาบาลประจำหมู่บ้าน ( บ้านดอนธาตุ ตำบลโคกสี อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น )

       ๒. พ.ศ. ๒๔๘๕ สอบไล่ได้นักธรรมชั้นตรี สำนักเรียนวัดเกาะทอง ตำบลโคกสี อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น

       ๓. พ.ศ. ๒๔๘๖ สอบไล่ได้นักธรรมชั้นโท สำนักเรียนวัดศรีจันทร์ ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น

       ๔.พ.ศ. ๒๔๘๖ เรียนจบไวยากรณ์ ในสำนักเรียนวัดศรีจันทร์ ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น

       ๕. พ.ศ. ๒๔๘๙ สอบไล่ได้ประโยค ป.ธ.๓ ในสำนักเรียนวัดศรีจันทร์ อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น

       ๖. พ.ศ. ๒๔๙๑ สอบไล่ได้ประโยค ป.ธ.๔ ในสำนักเรียนวัดบวรนิเวศวิหาร อำเภอพระนคร กรุงเทพมหานคร

       ๗. พ.ศ. ๒๕๐๐ สอบไล่ได้ ป.ธ.๕ ในสำนักเรียนวัดบวรนิเวศวิหาร อำเภอพระนคร กรุงเทพมหานคร

       ๘. พ.ศ. ๒๕๐๓ สอบไล่ได้ประโยคเตรียมอุดม ( ม.๘ ) โรงเรียน(สมัครสอบ )

งานการปกครอง

         พ.ศ. ๒๕๐๗ เป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดบวรมงคลราชวรวิหาร แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๐๗

          พ.ศ.๒๕๔๐ เป็นผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดบวรมงคลราชวรวิหาร แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ ๓ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๔๑

          พ.ศ. ๒๕๔๑ เป็นเจ้าอาวาสวัดบวรมงคลราชวรวิหาร แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ ๓ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๑

งานการศึกษา

          พ.ศ. ๒๔๙๓ เป็นครูสอนพระปริยัติธรรมแผนกบาลี สำนักศาสนาศึกษา วัดบวรมงคล แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร

          พ.ศ. ๒๔๙๗ ได้รับมอบหมายให้เป็นครูสอนนักธรรมชั้นโท แทนพระศรีวิสุทธิวงศ์ ( สาย ตุลโย ป.ธ. ๙ ) เป็นครั้งคราว เพราะท่านเจ้าคุณพระศรีวิสุทธิวงศ์ มีภาระธุระประจำของท่านมาก เช่นทำหน้าที่ไปอบรมสั่งสอนข้าราชการและประชาชน เผยแผ่พระพุทธศาสนา และไปแสดงธรรมเทศนาในงานต่าง ๆ ที่ได้รับนิมนต์ไว้ เป็นต้น

         พ.ศ.๒๕๐๑–ปัจจุบัน ได้รับมอบหมายให้เป็นครูสอนพระนวกะวัดบวรมงคล แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร แทนเจ้าอาวาส

         พ.ศ. ๒๕๐๗ เป็นกรรมการตรวจนักธรรมสนามหลวงและบาลีสนามหลวง ของทางการคณะสงฆ์ไทย

งานเผยแผ่

พ.ศ. ๒๕๐๗ เป็นผู้อำนวยการศูนย์เผยแผ่พระพุทธศาสนา นำพระธรรมวิทยากรเข้าสอนวิชาพระพุทธศาสนาในโรงเรียนวัดบวรมงคล ระดับมัธยมศึกษาชั้น ม.ศ.๑ – ๒ -๓ -๔ - ๕ -๖ และเปิดสอนวิชาธรรมศึกษาระดับชั้น ธรรมศึกษาชั้น ตรี – โท – เอก และเปิดเป็นสำนักสอบธรรมศึกษาในโรงเรียนนั้นด้วย
พ.ศ. ๒๕๒๐ - ๒๕๒๙ เป็นอาจารย์พิเศษสอนวิชาพระพุทธศาสนาในโรงเรียนมหรรณพาราม
พ.ศ. ๒๕๒๒ ได้เขียนแบบเรียน หลักสูตร ๒๕๒๒ วิชาพระพุทธศาสนา ( สังคมศึกษา ) ม.ศ. ๔ - ๕ ให้สำนักพิมพ์อักษรเจริญทัศน์ เสนอกรมวิชาการขออนุญาตเป็นแบบเรียน
พ.ศ. ๒๕๒๖ ได้เขียนหนังสือเสริมการเรียนวิชาพระพุทธศาสนาระดับ ม.ศ.๔ -๕ - ๖ มอบหมายให้สำนักพิมพ์ไทยวัฒนาพาณิชย์ กรุงเทพมหานคร พิมพ์ออกเผยแพร่ในโรงเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายทั่วประเทศ
พ.ศ. ๒๕๔๑ เป็นผู้อำนวยการเปิดสอนวิชาธรรมศึกษาระดับธรรมศึกษาชั้น ตรี – โท – เอก ในโรงเรียนโพธิสารวิทยาคม แขวงบางระมาด เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร อีกแห่งหนึ่ง และเปิดเป็นสำนักสอบในโรงเรียนนั้นด้วย

งานสาธารณูปการ

       พ.ศ. ๒๕๑๙ เมื่อได้รับการแต่งตั้งให้เป็นประธานจัดผลประโยชน์วัดบวรมงคลแล้ว ได้รับมอบหมายจากพระญาณเวที ( เปลี่ยน ญาณฐิโต ป.ธ.๕ ) ผู้ทำการแทนเจ้าอาวาสขณะนั้น ให้เป็นผู้ชี้แนวเขตสร้างถนนจากเขตที่ธรณีสงฆ์ หน้าประตูโรงเรียนวัดบวรมงคลเข้า ไปในพื้นที่โรงเรียนวัดบวรมงคล ตลอดแนว ๑๘ เมตร จนถึงท่าเรื่อของวัดบวรมงคล โดยกำหนดให้เป็นพื้นที่ทำถนน ๖ เมตร ที่เหลือตามแนวพื้นที่เขตธรณีสงฆ์ติดกับที่ดินเอกชน กำหนดเป็นพื้นที่สร้างตึกแถวจำนวน ๔๕ คูหา และได้มอบให้พระครูมงคลญาณ ( พิเชนทร์ ชินวํโส ป.ธ.๕ ) เป็นผู้ดำเนินการทั้งหมดเริ่มตั้งแต่เรื่องการขออนุญาตสร้างตึก และข้อตกลงและสัญญาต่างๆกับทางกรุงเทพมหานคร เช่น ข้อตกลงว่าเมื่อจัดตกลงว่าจะสร้างตึกแถวเกิน ๓๕ คูหาขึ้นไป จะต้องมีที่จอดรถตามข้อแนะนำของวิศวกรรมจราจร สำหรับผู้เช่าอาคารของวัด ( ตึกแถวของวัด ) เป็นต้น

       พ.ศ. ๒๕๒๐ เป็นประธานดำเนินการ มอบให้กรมการศาสนาติดต่อกับเจ้าหน้าที่พนักงานที่ดินกรุงเทพมหานคร สาขาบางกอกน้อยและบางพลัด สำรวจที่ดินเขตธรณีสงฆ์ เลขที่ ๓๒๒ และเลขที่ ๒๔๓ ของวัดบวรมงคลเสียใหม่ ว่า ที่ดินเขตธรณีสงฆ์ทั้ง ๒ แปลงนี้ เนื้อที่คงเดิมอยู่ หรือมีการเปลี่ยนเป็นอย่างไรบ้าง เพราะได้ออกโฉนดไว้นานแล้ว ผลการสำรวจครั้งสุดท้ายนี้ คือ แปลงเลขที่ ๓๒๒ เดิมมีเนื้อที่ ๗ ไร่ ๒ งาน ๖๐ ตารางวา เพิ่มเป็นเนื้อที่ ๘ ไร่ ๒ งาน ๒๔ ตารางวา และแปลงเลขที่ ๒๔๓ เดิม ๑๘ ไร่ ๘๐ ตารางวา เพิ่มเป็น ๒๐ ไร่ ๑๘ ตารางวา ทั้ง ๒ แปลงจากเดิม ๒๕ ไร่ ๓ งาน ๔๐ ตารางวา การสำรวจครั้งหลังสุด รวมที่ธรณีสงฆ์ ๒แปลงได้ ๒๘ ไร่ ๒ งาน ๔๒ ตารางวา
พ.ศ. ๒๕๓๒ ได้รับมอบหมายจากคณะสงฆ์ให้เข้าไปขออนุญาตเจ้าอาวาสคือพระราชเมธาจารย์ ( ผิว ฐิตเปโม ป.ธ.๗ ) สร้างตึกอาคารเรียนเวชยันตรังสฤษฎ์ จนได้รับความยินยอมจากเจ้าอาวาสขณะนั้นให้สร้างได้ตามความปรารถนา ดังเห็นอยู่ในปัจจุบันนี้ รวมค่าก่อสร้างประมาณ ๒,๕๐๐,๐๐๐ บาท. ( สองล้านห้าแสนบาท ) โดยงบประมาณของทายาทเอง

       พ.ศ.๒๕๓๗ ได้รับมอบหมายจากเจ้าอาวาสขณะนั้น คือ พระราชเมธาจารย์ ( ผิว ฐิตเปโม ป.ธ.๗ ) ให้ดำเนินติดต่อกับกรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม เรื่องการออกเอกสิทธิ์ในพื้นที่ดินตั้งวัด เพราะวัดบวรมงคล แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานครนี้ เป็นพระอารามหลวง ชนิดราชวรวิหาร ตั้งมาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๓๐๐ และเป็นพระอารามหลวง เมื่อ พ.ศ. ๒๓๕๒ จากนั้นจนถึงบัดนี้ รวมเวลาได้ ๒๔๐ ปีแล้ว ยังไม่มีเอกสิทธิ์( โฉนดที่ดิน ) เลย จึงได้ดำเนินจนสำเร็จได้เอกสิทธิ์เป็นโฉนดที่ดิน เขตตั้งวัดรวม ๒๙ ไร่ ๒ งาน ๒๕ ตารางวาในปัจจุบัน

       พ.ศ.๒๕๒๐ ได้เป็นผู้เสนอขอให้มีการทำบุญอายุวัฒนะถวายเจ้าอาวาส คือ พระราชเมธาจารย์ ขณะนั้น เป็นประจำทุกปี เพราะที่แล้วๆ มานั้น ไม่มีท่านใดปรารภเรื่องนี้ขึ้นในที่ประชุมครูปริยัติธรรมในทุกปีที่แล้วๆมา และมีการเสนอถวายนิตยภัตเจ้าอาวาสเดือนละ ๒,๐๐๐ บาท. (สองพันบาทถ้วน ) เพราะขณะนั้น ท่านเจ้าอาวาสชราภาพ บิณฑบาตรฉันไม่ได้แล้ว เพิ่งจะมายกเลิก เมื่อท่านเจ้าคุณพระราชเมธาจารย์มรณภาพลงแล้ว

        พ.ศ.๒๕๔๐ - ๒๕๔๑ เมื่อพระเทพญาณวิศิษฎ์ ( เปลี่ยน ญาณ??โต ป.ธ.๕ ) มรณภาพลงแล้ว พระกิตติสารสุธี ( พิเชนทร์ ชินวํโส ป.ธ.๕ ) ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาส ได้พร้อมคณะสงฆ์วัดบวรมงคลและคฤหัสค์ผู้มีจิตศรัทธาในวัด ได้ปฏิสังขรณ์ปิดทองพระประธาน ฐานชุกชี ฐานพระประธาน และพระอัครสาวกทั้งสองในพระอุโบสถวัดบวรมงคล สิ้นค่าก่อสร้างปิดทอง ค่าแรงรวม ๗๘๐,๐๐๐ บาท. ( เจ็ดแสนแปดหมื่นบาทถ้วน ) >>>ต่อหน้า ๑

หรือ >>>ไปที่รูปที่ ๑    ๓      ๕ 

 

เว็บไซต์วัดอื่น

 

เว็บไซต์น่าสนใจ

 

ปฏิทิน

«  
  »
S M T W T F S
 
 
 
 
 
1
 
2
 
3
 
4
 
5
 
6
 
7
 
8
 
9
 
10
 
11
 
12
 
13
 
14
 
15
 
16
 
17
 
18
 
19
 
20
 
21
 
22
 
23
 
24
 
25
 
26
 
27
 
28
 
29
 
30
 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี ผู้ใช้ 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 1 คน กำลังออนไลน์

สมาชิกใหม่

  • may
  • ntest01
  • mtest
  • sinsar02
  • admin