วิดีโอแนะนำวัด

สถิติการใช้เว็บไซต์

 ท่านเจ้าคุณพระอริยธชะ เดิมชื่อ สัน มีภูมิลำเนาอยู่ที่บ้าน ท่าทราย ใต้คลองปากเกร็ด เมื่อท่านพระรามัญมุนี (ยิ้ม) มาครองวัดบวรมงคล จัดการศึกษาพระปริยัติธรรมเป็นที่แพร่หลายอยู่นั้น ท่านสันซึ่งมีภูมิลำเนา อยู่แหล่งเดียวกัน ก็ได้เข้ามาศึกษาอยู่ด้วยท่านก็ได้อุปสมบทอยู่กับท่านรามัญมุนี ได้ศึกษาเล่าเรียนอยู่ ในสำนักวัดบวรมงคล จนมีความรู้ในภูมิเปรียญรามัญ

        เมื่อคราวที่พระบาท สมเด็จพระจอมเกล้าฯ ทรงโปรดฯ ให้ท่านพระรามัญมุนีเดินทางไป เมืองหงสาวดี เพื่อขอยืมต้นฉบับ พระไตรปิฎกนั้น ท่านเป็นอนุจรรูปหนึ่ง ที่ทางไปเมืองหงสาวดีด้วย เมื่อไปถึงเมืองหงสาวดีแล้ว ท่านพอใจศึกษาขนบธรรมเนียมพร้อมทั้งพระธรรมวินัย กับคณาจารย์ในเมืองหงสาวดีนั้น มิได้กลับมาพร้อมกับพระรามัญมุนี หลังจากได้ใช้เวลาศึกษาอยู่ในเมืองหงสาวดี ๗ พรรษาแล้ว ท่านได้กลับมายังเมืองไทยมาจำพรรษาอยู่วัดบวรมงคลตามเดิม

ปฏิบัติงานคณะสงฆ์


         เมื่อท่านกลับมาจำพรรษาอยู่วัดบวรมงคลแล้ว ได้ช่วยพระอุปัชฌาย์ในการอบรมสั่งสอน พระปริยัติธรรมแก่พระภิกษุสามเณร ท่านได้เป็นกำลังของท่านรามัญมุนี ในสมัยนั้นจนเป็นที่กล่าวกันว่า คลังพระปริยัติธรรมสมัยพระรามัญมุนีที่เฟื่องที่สุด

        ภายหลังพระครูอุดมญาณ เจ้าอาวาสวัดกวิศราราม จังหวัดลพบุรี ต้องการพระที่มีความเชี่ยวชาญด้านปริยัติ เพื่ออบรมสั่งสอนพระภิกษุ สามเณรในวัด แสดงความจำนง มายังวัดบวรมงคล ท่านพระสันจึงขึ้นไปช่วยบำเพ็ญศาสนกิจนี้ ท่านพระครูอุดมญาณได้แต่งตั้งท่าน ในตำแหน่งฐานานุกรมที่พระปลัด ท่านปฏิบัติหน้าที่ศาสนกิจอยู่ ณ วัดกวิศรารามนั้นด้วย ความเรียบร้อย

        ครั้นล่วงมา ๑ พรรษา พระครูอุดมญาณ เจ้าอาวาสได้ถึงแก่มรณภาพ ตำแน่งเจ้าอาวาสวัดกวิศรารามจึงว่างลง พระเถระผู้ใหญ่เห็นว่าท่านปลัดสันเป็นผู้มีการศึกษาดี เคยผ่านงาน คณะสงฆ์มามาก สามารถบริหารการคณะสงฆ์ไปได้ด้วยดี จึงแต่งตั้งท่านรักษาการตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดนั้น ภายหลังได้รับพระราทานสมณศักดิ์เป็นพระครูรามัญสมณคุตต์ ครองวัดกวิศรารามสืบมา

          ท่านพระครูรามัญสมณคุตต์ ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดกวิศราราม จังหวัดลพบุรี วัดนั้นถึง ๑๐ ปี ต่อมาเกิด ความเบื่อหน่าย จึงทูลลาจากตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดกวิศราราม กลับมาอยู่ ณ วัดบวรมงคลตามเดิม
ครั้นต่อมา วัดราชคฤห์ จังหวัดธนบุรีได้ว่างลง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงดำริเห็นว่า พระครูรามัญสมณคุตต์ ได้ลาออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดกวิศรารามแล้ว มาจำพรรษาอยู่วัดบวรมงคล สมควรจะได้ช่วยปฏิบัติศาสนกิจส่วนนี้ จึงมีพระกรุณาโปรดให้เลื่อนสมณศักดิ์ให้ท่านเป็น ราชคณะที่อริยธัชแล้ว โปรดให้อาราธนาไปครองวัดราชคฤห์ ตั้งแต่นั้นมา

          ท่านพระอริยธัชปกครองวัดราชคฤห์อยู่เป็นเวลา ๓ ปี พระธรรมวิสารทะ (เม่น) เจ้าอาวาสวัดบวรมงคล ได้ทูลขอพระบรมราชานุญาตลาสิกขา วัดบวรมงคลจึงว่างจากเจ้าอาวาสอีกครั้งหนึ่ง จึงพระกรุณาโปรดฯ ให้ย้ายท่านพระอริยธัชกลับมาวัดบวรมงคล และทรงแต่งตั้ง ให้เป็นเจ้าอาวาสวัด บวรมงคลสืบมา พระอริยธัช (สัน) เป็นเจ้าอาวาสวัดบวรมงคลอยู่เป็นเวลา ๖ พรรษา ในพรรษาที่ ๗ ท่านอาพาธหนัก ถึงแก่มรณภาพในกลางพรรษานั่นเอง เมื่อออกพรรษาแล้ว และถึงหน้ากรานกฐิน พระครูราชปริต (ลับแล) ซึ่งเป็นพระผู้ใหญ่รูปหนึ่งในวัดบวรมงคลนี้ ครองกฐินแทน ละได้รักษาการตำแหน่ง เจ้าอาวาสวัดบวรมงคล สืบมาระยะหนึ่ง ครั้งแล้วได้โปรดฯ ให้นิมนต์ท่านพระมหาจูเปรียญ ๔ ประโยค (รามัญ) ซึ่งขณะนั้นอยู่วัดปรมัยยยิกาวาส มาดำรงตำแหน่ง เจ้าอาวาสวัดบวรมงคลสืบไป

>>>ไปที่รูปที่    ๔       

เว็บไซต์วัดอื่น

 

เว็บไซต์น่าสนใจ

 

ปฏิทิน

S M T W T F S
 
 
 
 
 
 
1
 
2
 
3
 
4
 
5
 
6
 
7
 
8
 
9
 
10
 
11
 
12
 
13
 
14
 
15
 
16
 
17
 
18
 
19
 
20
 
21
 
22
 
23
 
24
 
25
 
26
 
27
 
28
 
29
 
30
 
 
 
 
 
 
 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี ผู้ใช้ 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 1 คน กำลังออนไลน์

สมาชิกใหม่

  • may
  • ntest01
  • mtest
  • sinsar02
  • admin