วิดีโอแนะนำวัด

สถิติการใช้เว็บไซต์

กรุพระวัดบวรมงคล

         ตามประวัติ ซึ่งมีผู้เขียนเกี่ยวกับพระเครื่องว่ามีผู้พบกรุพระเครื่องวัดบวรมงคล ๒ ครั้งครั้งแรกเมื่อสมัยกรมพระราชวังบวรมหาเสนานุรักษ์ ทรงบูรณะ และครั้งที่ ๒ เมื่อสมัยรัชกาลที่ ๓ ครั้งเมื่อพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดฯ ให้บูรณะ พระในกรุดังกล่าวมี ลักษณะเป็นอย่างไร และกรุดังกล่าวนั้นอยู่ส่วนไหนของวัด เป็นการยากที่จะให้คำวินิจฉัย เพราะเป็นเวลานานผู้ที่พบกรุ ก็ไม่มีใครมีชีวิตอยู่จนถึงปัจจุบันนี้ สืบได้เพียงจากทางบอกเล่า และซากของสิ่งก่อสร้างที่ยังเหลือยู่ ซากสิ่งก่อสร้างดังกล่าวอยู่ทางใต้ของวัดฝังอยู่ในดินลึก อาจจะเป็นเพราะถูกรื้อทำลายทีหลังก็ได้

         อีกประการหนึ่ง เจดีย์หงษาทีว่ากันว่าสร้างสมัยพระรามัญมุนี (ยิ้ม) เป็นเจ้าอาวาสซึ่งไม่ก่อน พ.ศ. ๒๓๘๐ นั้น ชั้นเดิมอาจจะเป็นเจดีย์องค์เล็ก สร้างสมัยยังเป็นวัดลิงขบ และมีการบรรจุพระไว้ตามปกติวิสัยของผู้มีศรัทธา ครั้นมาสมัยบูรณะวัดเมื่อคราวที่กรมพระราชวังบวรมหาเสนานุรักษ์ ทรงสถาปนาวัดนี้ถึงพบกรุพระ ก็คงยังไม่ได้บูรณะให้ใหญ่โต เป็นเพียงรักษาไว้ แล้วมาบูรณะแบบสร้างองค์ใหม่สมัยท่านเจ้ายิ้ม
อันที่จริงการฝังพระพุทธรูปบูชา พระเครื่องหรือของมีค่าอย่างอื่นของคนรุ่นเก่า ไม่จำเป็นที่ ท่านต้องฝังไว้ในพระเจดีย์องค์ใหญ่เสมอไป แม้องค์เล็ก ๆ หรือมิใช่พระเจดีย์เลย ท่านก็ยังฝังไว้ ตามที่เคยพบมาเองและเป็นผู้บอกเล่า ท่านฝังไว้ตามจอมปลวก ตามต้นไม้ตามศาลเทพารักษ์ เป็นต้นก็มี เพราะที่ฝังไว้ต้องการให้คนขุดพบ ไม่ใช่ต้องการฝังให้จมหายไปท่านแน่ใจว่าที่ไหนจะมีคนพบ แต่ไม่ใช่เดี๋ยวนั้นเป็นเวลานานหลังจากนั้น ท่านก็ยังฝังไว้ที่นั่นเช่นเดียวกับกรุวัดวัดบวรมงคลในสมัยเป็นวัดลิงขบ กรุนี้อาจไม่ใช่พระเจดีย์องค์ใดองค์หนึ่งที่เห็นอยู่ทุกวันนี้ก็ได้

ทำไมจึงนิยมสร้างกรุพระ

        การบรรจุของมีค่าไว้ในกรุสมัยก่อนมีสาเหตุมาจากความไม่แน่นอน บ้านเมืองสงบอยู่ในปัจจุบันนี้ วันรุ่งขึ้นอาจเกิดจลาจลก็ได้ อาจถูกข้าศึกจู่โจมโดยไม่ทันรู้ตัวก็ได้ หรืออาจเกิดภัย อย่างอื่นที่ไม่คาดฝันก็ได้ จึงไม่มีอะไรแน่นอนสำหรับทรัพย์สมบัติหรือแม้แต่ชีวิต ดังนั้น เมื่อมีทรัพย์สมบัติและของมีค่า ทางที่ปลอดภัยที่สุด คือฝังไว้ใต้ดิน หรือที่เราเรียกกันอย่างหนึ่งว่ากรุ ของเหล่านี้เมื่อเห็นว่าทุกสิ่งทุกอย่างปลอดภัยดี ไม่มีอันตรายที่คาดไว้ก็อาจนำมาใช้ให้เป็นประโยชน์ในชีวิตนั่นเอง แต่ส่วนมากมักเป็นชั่วลูกหลานหรือ หายสาบสูญไปเลยก็มี สำหรับพระเครื่องหรือพระบูชาที่บรรจุไว้ในกรุนั้นส่วนมากผู้บรรจุมีจุดประสงค์อยู่ ๓ ประการ

         ๑. เพื่อเป็นการบูชาต่อองค์พระสุคตสัมมาสัมพุทธเจ้า การจัดสร้างพระพุทธรูปต้องทำด้วยความปราณีตบรรจง สร้างเสร็จแล้วยังประกอบพิธีทางศาสนาอีก เช่นสวดพุทธาภิเษกเป็นต้น ซึ่งพิธีเหล่านี้ผู้มีศรัทธาอย่างแรงกล้าเท่านั้น จึงทำได้ การประกอบกุศลด้วยศรัทธาจิตอย่างแรงเช่นนี้ ชื่อว่าเป็นการบูชาอย่างสูง

          ๒. เพื่อเป็นหลักฐานยืนยันทางประวัติศาสตร์ว่า ดินแดนแห่งนี้ เคยเป็นถิ่นที่พระพุทธศาสนา เคยเจริญรุ่งเรืองมาแล้ว มีผู้อุปถัมภ์พระพุทธศาสนาซึ่งมีศรัทธาแรงกล้า จึงได้สร้างพระพุทธรูปเหล่านี้ไว้บูชา และเป็นเครื่องวัดความเสื่อมความเจริญของพระพุทธศาสนาไปในตัวด้วย

           ๓. เพื่อต้องการบูรณปฏิสังขรณ์ปูชนียวัตถุนั้น ๆ ในการภายหน้า ด้วยว่าปูชนียวัตถุก็ดี สถานที่เป็นที่ตั้งของปุชนียวัตถุก็ดี ย่อมอยู่ภายใต้กฎอนิจจัง มีวันชำรุดทรุดโทรมเป็นธรรมดา ผู้มีทุนทรัพย์บูรณบูรณปฏิสังขรณ์ปูชนียวัตถุถาวรอันเป็นส่วนปัจจุบันแล้ว ยังไม่พอใจ ต้องการบูรณปฏิสังขรณ์ในส่วนอนาคตอีกด้วย

          อีกประการหนึ่ง เห็นว่าการใช้จ่ายทุนทรัพย์ เพื่อจุดประสงค์ดังกล่าวในส่วนปัจจุบันเห็นว่า เป็นการเพียงพอแก่ฐานะแล้ว เช่นการสร้างวัด สร้างกุฏิ แม้สร้างไว้มาก ก็เกินวิสัยที่พระภิกษุสามเณรสมัยนั้น จะอยู่รักษาได้ทั่วถึง ทั้งในกาลอนาคตผู้ที่มีศรัทธาพอจะอยู่บูรณปฏิสังขรณ์สิ่งเหล่านี้อาจหาได้ยาก ทุนที่มีอยู่จะเก็บรักษาไว้โดยวิธีอื่นๆ ก็ไม่เป็นที่ปลอดภัย ระบบการฝากเงินสมัยก่อนก็ไม่สะดวกเช่นทุกวันนี้ แม้แต่จะสะดวกสบายอย่างทุกวันนี้ ถ้าฝากเป็นร้อยปีขึ้นไปก็ยังไม่พ้นเกิดปัญหาเรื่องผู้เบิกถอน

           
         จึงไม่มีวิธีที่เป็นประโยชน์ และปลอดภัยยิ่งไปกว่าฝังไว้ในกรุแม้การฝังไว้ ท่านก็ไม่นิยมฝังสิ่งที่มีค่าในการแลกเปลี่ยนได้ทันทีทันใด เช่น เงินทอง แต่ท่านสร้างสิ่งที่เป็นประโยชน์ มีทั้งคุณค่าและราคา ที่นิยมกันมากกว่าสิ่งอื่นก็คือ พระพุทธรูป ทั้งนี้ เพราะพระพุทธรูป เป็นสิ่งเคารพสักการะของชาวพุทธเราทั่วไป มองในแง่ศิลปะชั้นสูงประจำยุค ผู้มีศรัทธาในเรื่องเครื่องรางของขลัง นำไปใช้ก็แคล้วคลาดปราศจากภัยได้ เท่าที่ปรากฏมา ชาวพุทธทั่วไปเมื่อทราบข่าวว่าเปิดกรุ ณ ที่ใดก็ต้องเนืองแน่นกันไปเช่าไว้สักการะบูชา จากการเช่าพระ และของมีค่าไปไว้สักการะบูชา ก็เกิดเป็นผลสะท้อนให้ทางวัด หรือเจ้าของปูชนียวัตถุสถานนั้น ๆ มีทุนทรัพย์พอในการบูรณปฏิสังขรณ์ปูชนียสถาน และถาวรวัตถุนั้นได้อย่างที่วัดบวรมงคลจัดทำอยู่นี้ ความตั้งใจของผู้สร้างเหล่านั้นไว้ก็จะไม่เป็นหมันเสีย และด้วยคำนึงถึงความตั้งใจเดิมของผู้สร้างนี้เรานิยมกันว่า ได้ทุนทรัพย์อันเกิดขึ้นจากอารามใด จะต้องให้ความอุปถัมภ์แก่อารามนั้นก่อน

 

         

เว็บไซต์วัดอื่น

 

เว็บไซต์น่าสนใจ

 

ปฏิทิน

S M T W T F S
 
1
 
2
 
3
 
4
 
5
 
6
 
7
 
8
 
9
 
10
 
11
 
12
 
13
 
14
 
15
 
16
 
17
 
18
 
19
 
20
 
21
 
22
 
23
 
24
 
25
 
26
 
27
 
28
 
29
 
30
 
31
 
 
 
 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี ผู้ใช้ 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 74 คน กำลังออนไลน์

สมาชิกใหม่

  • may
  • ntest01
  • mtest
  • sinsar02
  • admin